
ใคร ๆ ก็ต้องตรวจสุขภาพแบตรถยนต์
การตรวจสุขภาพแบตรถยนต์ถือว่าเป็นเรื่องจำเป็นสำหรับคนมีรถที่ต้องหมั่นเช็คสุขภาพแบตอยู่ตลอด และการตรวจสุขภาพแบตรถยนต์นั้นก็มีมากมายหลากหลายขั้นตอน สามารถทำได้หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการตรวจด้วยเครื่องโวลต์มิเตอร์, โพรบวัดแรงดัน หรือการหมุนเครื่องยนต์ก็สามารถทำได้เช่นกัน และในวันนี้เรามาดูการตรวจสุขภาพแบตเตอรี่รถยนต์ด้วยการหมุนเครื่องยนต์กันดีกว่า ว่าต้องทำอย่างไร
How to ตรวจสุขภาพแบตเตอรี่รถยนต์ด้วยการหมุนเครื่องยนต์
1. การหมุนเครื่องยนต์ทำได้โดยการเปิดสวิตช์กุญแจจนกระทั่งมอเตอร์สตาร์ททำงาน และปล่อยค้างไว้ 2 วินาที
2. โดยให้หาผู้ช่วยเพื่อทำการหมุนเครื่องยนต์ในระหว่างที่คุณเข้าไปตรวจเช็คค่าที่ลดลงของแรงดันไฟฟ้าแบตเตอรี่
3. ในระหว่างที่ผู้ช่วยกำลังทำการหมุนเครื่องยนต์อยู่นั้น ให้คุณตรวจสอบค่าที่อ่านได้บนโพรบวัดแรงดันไฟฟ้า โดยค่าที่ว่านี้ไม่ควรต่ำกว่า 9.6 โวลต์
แต่ถ้าแบตเตอรี่มีค่าแรงดันไฟฟ้าต่ำกว่า 9.6 โวลต์ แสดงว่าเกิดเกลือซัลเฟตในแบตเตอรี่ ซึ่งจะทำให้แบตเตอรี่ไม่สามารถเก็บ/รับประจุไฟฟ้าได้
เคล็ดไม่ลับของแบตเตอรี่รถยนต์
1. แบตเตอรี่รถส่วนใหญ่จะมีอายุการใช้งานประมาณ 4 ถึง 5 ปี แต่ในภูมิอากาศเขตร้อนอาจจะอยู่ได้แค่ประมาณ 3 ปีเท่านั้น
2. ถ้าชาร์จแบตเตอรี่แล้วพบว่าประจุไหลออกทั้งที่ไม่ได้ใช้รถ แสดงว่าได้เวลาต้องเปลี่ยนแบตแล้ว
3. คุณสามารถทดสอบและชาร์จแบตเตอรี่ได้ที่ร้านจำหน่ายชิ้นส่วนยานยนต์ใกล้บ้าน
4. หลังจากซื้อแบตเตอรี่ลูกใหม่ อย่าลืมกำจัดแบตเตอรี่ลูกเก่าให้ถูกต้องตามที่กฎหมายของคุณกำหนด
5. ก่อนที่จะหาซื้อไดชาร์จใหม่ ควรให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบระบบให้ละเอียดขึ้น
แบตรถยนต์มีความสำคัญ
แบตเตอรี่รถยนต์นั้นมีความสำคัญและจำเป็นเสมอ เราจึงต้องมีการตรวจเช็คสุขภาพแบตเตอรี่อยู่บ่อยบ่อย และวิธีการตรวจแบบด้วยการหมุนเครื่องยนต์นั้นก็ถือว่าเป็นการเช็คที่ไม่ยากเกิน ใครใครก็สามารถทำได้ หรือจะให้ผู้เชี่ยวชาญที่มีความถนัดในด้านนร้เฉพาะทางจัดการให้ก็สามารถทำได้ เพราะฉะนั้นไม่มีเหตุผลอะไรที่เราจะไม่ทำการตรวจสุขภาพแบตเตอรี่รถยนต์เลย
