หลายคนคงจะรู้จักกับรถยนต์พลังงานไฟฟ้ากันมาบ้างแล้วใช่หรือไม่ รถยนต์กระแสใหม่ที่กำลังมาแรงที่สุดในเวลานี้ ด้วยการที่เป็นรถยนต์ที่ใช้พลังงานสะอาด และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมทั้งยังสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายให้แก่ผู้ขับขี่ได้เป็นอย่างดี จึงทำให้หลายคนหันมาใช้งานรถยนต์ประเภทนี้กันมากยิ่งขึ้น แต่ช้าก่อนนอกจากรถยนต์ไฟฟ้าจะมีข้อดีมากมายแล้ว รถยนต์ไฟฟ้ายังมีข้อเสียที่คุณควรรู้อีกด้วย และวันนี้เราจะมาเปิดเผยให้ทุกคนได้รับรู้ไปพร้อม ๆ กัน
ข้อดี-ข้อเสียของรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่คุณควรรู้
ข้อดีของรถยนต์ไฟฟ้า
1. เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แน่นอนว่ารถยนต์ไฟฟ้านั้นไม่มีการเผาผลาญน้ำมันที่ก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศเลยแม้แต่นิดเดียว ซึ่งไม่ว่าคุณจะขับรถไปไหนก็ไม่ทำลายธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเลยแม้แต่นิดเดียว
2. มีต้นทุนพลังงานที่ถูกกว่า แน่นอนว่าราคาน้ำมันในปัจจุบันนั้นสูงลิ้วจนหลายคนนเริ่มจ่ายไม่ไหว โดยรถยนต์สันดาบในปัจจุบันจะมีอัตรากินน้ำมันที่ 15-18 บาทต่อ 1 ก.ม. (ขึ้นอยู่กับขนาดของเครื่องยนต์) แต่หากเป็นรถไฟฟ้าจะมีอัตราการกินพลังงานอยู่ที่ 7.55 – 9.90 บาท ซึ่งถือว่าถูกกว่ากันมาก ๆ เลยทีเดียว
3. ทำความเร็วได้ดี รถยนต์ไฟฟ้านั้นขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าที่สามารถขับเคลื่อนพลังงานได้อย่างรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ แถมในเวลารถออกตัวคุณไม่จำเป็นต้องรอรอบเครื่องให้เสียเวลา และไม่มีเสียงเครื่องยนต์เข้ามารบกวนห้องโดยสารอีกด้วย
ข้อเสียของรถยนต์ไฟฟ้า
1. จุดให้บริการชาร์จไฟยังมีไม่มาก หากเทียบจุดบริการไฟฟ้ากับปั๊มน้ำมันแล้ว ถือว่ายังห่างกันมาก ยังมีเพียงไม่กี่จุดเท่านั้นที่เปิดให้บริการ ทำให้จะชาร์จแต่ละครั้งคุณควรวางแผนให้ดีว่าจะไปจอดชาร์จที่จุดไหน เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลานั่นเอง
2. การชาร์จไฟยังใช้เวลานาน เทคโนโลยีตอนนี้ถือว่าเป็นอะไรที่ช้ามาก ๆ สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า เพราะการชาร์จแบตเตอรี่ 1 ครั้งต้องใช้เวลาอย่างน้อย 6-8 ชั่วโมงในกรณีที่ชาร์จกับเครื่องตามสถานีชาร์จ แต่หากชาร์จที่บ้านคุณคงต้องปล่อยทิ้งไว้เป็นวันกว่าชาร์จเต็มซึ่งเป็นข้อเสียที่ต้องรับให้ได้สำหรับผู้ใช้งานรถยนต์ไฟฟ้า
3. ค่าบำรุงรักษาที่สูง เนื่องจากรถยนต์ไฟฟ้ายังเป็นอะไรที่ใหม่สำหรับประเทศไทย ทำให้ค่าบำรุงรักษายังคงสูงอยู่ และยังต้องมีช่างที่เชี่ยวชาญจริง ๆ
อย่างไรก็ตามหากเราลองมองว่าการลงทุนซื้อรถยนต์เพื่อการขับขี่เพียงแค่ ไปส่งลูกที่โรงเรียน ไปทำงาน ไปเที่ยวในระยะทางไม่เกิน 400 กิโลเมตร และต้องการจะประหยัดค่าใช้จ่าย รถไฟฟ้าก็จะสามารถตอบโจทย์แก่ผู้ขับขี่ได้เป็นอย่างดี แต่หากคุณคิดว่าจะต้องขับรถยนต์ในระยะทางไกล ๆ หรือใช้งานเป็นประจำแล้วละก็รถยนต์น้ำมันก็ยังเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับคุณแล้วละว่าคุณมีความต้องการในด้านใดมากกว่ากัน
